Tattoo Colour

posted on 11 Sep 2011 14:48 by maneemom


แทตทูคัลเลอร์ (อังกฤษ: Tattoo Colour) เป็นวงดนตรีสัญชาติไทย
โดยเล่นดนตรีในแนวป็อป ป๊อปร็อก เริ่มรวมวงกันครั้งแรกเป็นวงดนตรีในระดับมัธยมศึกษา
โดยใช้ชื่อว่า "ไอศกรีม 479" (I Scream 479) และได้แข่งขันการร้องเพลงและแต่งเพลง
จนต่อมาได้สังกัดค่ายเพลงสมอลรูม อันเป็นค่ายเพลงแนวอินดี

ประวัติ

ก่อนที่จะมาเป็นแทททู คัลเล่อร์ อนาคตสมาชิกในวงสามคนได้แก่หรินทร์,รัฐและเอกชัยมีวงเป็นของตนเองกับเพื่อนๆ อีกสามคนรวมเป็นหกคนสมัยที่พวกเขากำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน โดยมีชื่อวงว่า "I Scream 479" และยังทำอัลบั้มขายในโรงเรียนด้วยตนเอง ต่อมาเมื่อสำเร็จการศึกษาสมาชิกในวงก็แยกย้ายกันไปศึกษาต่อ ก็เหลือหรินทร์, รัฐและเอกชัยอยู่สามคนที่ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาด้วยกันที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อมีการประกวดแต่งเพลงโฆษณาของแฮปปี้ พวกเขาก็ลงสมัครและชนะการประกวด ทำให้พวกเขาได้ไปดูงานที่ค่ายเพลงแนวกึ่งอินดี้ "สมอลล์รูม" ที่ๆ พวกเขาได้ขอออดิชั่น และได้เป็นศิลปินของค่ายสมอลล์รูมในที่สุด ต่อมาจึงได้ชักชวนธนบดีกลับเข้ามาเป็นมือเบส และตั้งวงแทททู คัลเล่อร์ขึ้นมา

อัลบั้มแรกที่พวกเขาทำออกมามีชื่อว่า Hong Ser ซึ่งซิงเกิลเปิดตัวอย่าง "ฟ้า" และ"ฝากที" ได้รับการตอบรับอย่างคาดไม่ถึง ส่งผลให้พวกเขาปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ๆ ออกมา ได้แก่ "เกาะร้าง ห่างรัก", "One Night Stand" และ "รอยจูบ" ซึ่งทุกซิงเกิ้ล สามารถติดชาร์ท Fat 40 ของแฟตเรดิโอได้ทั้งหมด

ในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2551 ค่ายเพลงสมอลล์รูม ต้นสังกัดของพวกเขา ก็ได้ประกาศผ่านทางเว็บไซต์ว่า อัลบั้มที่สองของแทททู คัลเล่อร์ได้ออกวางจำหน่ายแล้ว โดยอัลบั้มใหม่นี้มีชื่อว่า "ชุดที่ 8 จงเพราะ" โดยอัลบั้มชุดใหม่นี้ยังคงความเป็นเพลงป๊อปหลายหลาย (Variety pop) ดังเช่นอัลบั้มที่แล้ว และได้ปล่อยซิงเกิ้ลและมิวสิกวีดีโอเพลงแรกออกมาคือเพลง "ขาหมู" ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจนสามารถขึ้นสู่อันดับหนึ่งของ 97.5 Seed FM ได้อย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยซิงเกิ้ลที่สอง (พร้อมกับมิวสิกวีดีโอ) คือเพลง "จำทำไม" ที่สร้างกระแสตอบรับดีเช่นเดียวกัน และสามารถติดอันดับหนึ่งของชาร์ท Fat 40 เป็นเวลาถึง 3 สัปดาห์ นอกจากนี้ อัลบั้ม "ชุดที่ 8 จงเพราะ" ยังติดอันดับอัลบั้มขายดีตามร้านขายซีดีต่างๆ เช่นร้าน DJ Siam, ร้านน้องท่าพระจันทร์ ฯลฯ (อ้างอิงจากนิตยสาร DDT ฉบับที่ 40) อีกด้วย

ผลงาน

Hong Ser (พ.ศ. 2549)

  1. อากาศร้อนๆ (3.55)
  2. ฟ้า (4.38)
  3. One Night Stand (4.01)
  4. ฝากที (4.27)
  5. สิ่งที่แสนดี (5.30)
  6. กลัว (4.05)
  7. รอยจูบ (3.43)
  8. Like (3.34)
  9. รู้มั้ยจ๊ะ (4.48)
  10. เกาะร้าง ห่างรัก (3.49)
  11. รักหรือเปล่า[Bonus Track] (2.09)

Sanamluang Connects (พ.ศ. 2550)

  • แพ้คนสวย (3.58)


ECO-9 Project Band (พ.ศ. 2550)

  • เปลี่ยน (2.41)

smallroom 006 "Flipper's Players" (พ.ศ. 2550)

  • My Red Shoes Story (3.17)

ชุดที่ 8 จงเพราะ (พ.ศ. 2551)

ภาพปกอัลบั้ม ชุดที่ 8 จงเพราะ
  1. โกหก (3.13)
  2. โอกาสสุดท้าย (4.03)
  3. จำทำไม (3.49)
  4. ขาหมู (3.22)
  5. ฉันรักเธอ (feat. ฟักกลิ้งฮีโร่) (3.45)
  6. Cinderella (3.17)
  7. นกน้อย (3.47)
  8. เปิดเพลงไหน เปิดเมื่อไหร่ ก็ยังสวยงาม (2.40)
  9. บ้านของฉัน (4.02)
  10. เพลงสุดท้าย (3.52)

หมายเหตุ: Bonus Track 13 (1.10) และ Bonus Track 18 (2.45)

เพลงประกอบโฆษณา AIS (พ.ศ. 2551)

  • เคียงข้างคุณ (2.54)

Love Maker II by AM:PM (พ.ศ. 2552)

  • พร้อมน้ำตา (3.35)

เพลงประกอบโฆษณา Coke (พ.ศ. 2552)

  • Thailand Open (3.09)

เพลงฟุตบอลโลก 2010 (พ.ศ. 2553)

  • โอ๊ โอ่ โอ โอ๊ โอ่ / K'naan Feat.Tattoo Colour (3.27)

เพลงประกอบ Coke Music Award 2010 (พ.ศ. 2553)

  • ร้องกันอีกครั้ง / Tattoo Colour และ Moderndog (3.42)

ตรงแนวๆ (พ.ศ. 2553)

  1. คนสวย (3.45)
  2. เธอไม่อาจเอารักไปจากหัวใจ (4.15)
  3. เรือสำราญ (3.15)
  4. ลับสุดยอด (3.35)
  5. แค่นั้นจริงๆ (feat. สกุลชาย จูฑะพล) (4.00)
  6. รักแรกพบ (4.25)
  7. ยอมแล้ว (2.40)
  8. แปรผกผัน (feat. Cyndi Seui) (4.38)
  9. แล้วแต่ (3.45)
  10. พรสวรรค์ (feat. ชาตรี คงสุวรรณ) (5.03)

หมายเหตุ: Bonus Track 12 และ Bonus Track 18

คำถามทบทวน

posted on 16 Aug 2011 19:23 by maneemom

1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

ตอบ มัลติมีเดีย  คือ การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับ โปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟิก (Graphic)  ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง (Sound) และวีดิทัศน์ (Video) เป็นต้น และถ้าผู้ใช้สามารถที่จะควบคุมสื่อให้นำเสนอออกมาตามต้องการได้จะ เรียกว่า  มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia)   การปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้สามารถจะกระทำได้โดยผ่านทางคีย์บอร์ด (Keyboard) เมาส์ (Mouse) หรือตัวชี้ (Pointer) การใช้มัลติมีเดียในลักษณะปฏิสัมพันธ์ก็เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้ หรือทำกิจกรรม รวมถึงดูสื่อต่าง ๆ ด้วยตนเอง  สื่อต่าง ๆ ที่นำมารวมไว้ในมัลติมีเดีย เช่น ภาพ เสียง วีดิทัศน์ จะช่วยให้เกิดความหลากหลาย ชาน่าสนใจ และเร้าความสนใจ เพิ่มความสนุกสนานในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
 

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

ตอบ  เว็บไซด์มีความน่าสนใจ มีการเพิ่มสิ่งต่างๆที่น่าสนใจมากกว่าเช่น เพิ่มเพลง รูปภาพเคลื่อนไหวสวยงาม  ทำให้อยากจะติดตามมากกว่าเอกสารสิ่งตีพิมพ์ 

3. Microsoft   PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

ตอบ รูปแบบของตัวอักษร ภาพนิ่ง  ภาพยนตร์ และเสียงเพลง 


4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร

ตอบ การเชื่อมโยงภายใน คือ เชื่อมโยงไปยังจุดอื่นในไฟล์เดียวกัน รูปแบบการนำเสนอเดียวกัน

การเชื่อมโยงภายนอก คือ เชื่อมโยงไปยังจุดอื่นที่อยู่นอกไฟล์ ที่ไม่ใช่ในไฟล์เดียวกัน

 

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

ตอบ จอมอนิเตอร์ โทรทัศน์ ไอแพด  
 
 
6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด

ตอบ  Powerpoint เพราะใครๆก็สามารถทำเป็นและง่ายต่อการเข้าใจ

7.  การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน   Microsoft   PowerPoint   สามารถทำได้อย่างไร

ตอบ  1. File > New     

2.  On my computer     

3. คลิก Presentations      

4. คลิกเลือกชุดสไลด์ที่ต้องการ        

 5. คลิกปุ่ม ok         

 6. ใส่หรือแก้ไข

8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด

ตอบ  คลิกไปที่"นำเสนอภาพนิ่ง" แล้วเลือก "การเคลื่อไหวที่กำหนดเอง" 
 

9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม 

ตอบ  1. Microsoft PowerPoint   2. Microsoft office word   3. Microsoft Publisher

10. ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน   Microsoft   PowerPoint   จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่  อย่างไร

ตอบ   ได้ เพราะ เราจะใช้อย่างอื่นแทนกล่องข้อความได้

11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint หรือไม่ อย่างไร

ตอบ ไม่จำเป็นเพราะ จะนำเสนอผ่านจอแทน ไม่มีก็ไม่เป็นอะไร
 

12.  Microsoft   PowerPoint  สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

ตอบ   ได้ วิธีการคือ 1.คลิก แทรก

 2.เลือกรูปภาพ/เสียง    

3.แล้วเลือกรูปภาพตัดปะ หรือ รูปภาพจากแฟ้ม/เสียง  

 4.เมื่อเลือกรูปภาพ/เสียงที่ต้องการได้แล้ว เลือก แทรก เสร็จสิ้นการแทรกรูปภาพและเสียง

13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร

ตอบ ทำให้เข้าใจได้ง่ายกว่าการนำเสนอด้วยตัวอักษรธรรมดา เพราะดูจากแผนภูมิได้

14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง

ตอบ ซอฟต์แวร์ คือ โปรแกรม Micosoft powerpoint ฮาร์ดแวร์ คือ คอมพิวเตอร์ ลำโพง จอฉาย เป็นต้น
 

15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำ เสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

ตอบ คอมพิวเตอร์
พื้นฐานโปรแกรมภาษา C (Introduction to C Programming)

ก่อนอื่นของแนะนำพื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กันซักนิด
ก่อนที่จะเริ่มเรียนรู้ภาษา C กัน หน่วยสำคัญที่สุดของคอมพิวเตอร์ก็คือ
หน่วยประมวลผลหรือที่เรียกกันว่า CPU โดยปกติ CPU
ภาษาเครื่อง (Machine Language) ซึ่งจะเป็นภาษา
ที่ประกอบไปด้วยเลขฐานสองมากมาย ดังนั้นการที่จะเขียน
โปรแกรมควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ โดยใช้ภาษาเครื่อง
โดยตรงนั้นจึงทำได้ยาก จึงได้มีการพัฒนาตัวแปรภาษาเครื่องที่เรียกว่า
โปรแกรมภาษาระดับสูงขึ้นมา หรือที่เรียกว่า High Level Languages โดยภาษาในระดับสูงเหล่านี้
จะมีลักษณะรูปแบบการเขียน (Syntax) ที่ทำให้เข้าใจได้ง่าย
ต่อการสื่อสารกับผู้พัฒนา และถูกออกแบบมาให้ง่ายต่อการใช้งาน
และจะเปลี่ยนคำสั่งจากผู้ใช้งาน ไปเป็นเป็นภาษาเครื่อง
เพื่อที่จะควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ต่อไป
ตัวอย่างของโปรแกรมภาษาระดับสูง ได้แก่ COBOL
ใช้กันมากสำหรับโปรแกรมทางด้านธุรกิจ, Fortran
ใช้กันมากสำหรับการพัฒนาโปรแกรมด้านวิทยาศาสตร์
และวิศวกรรมศาสตร์ เพราะง่ายต่อการคำนวณ, Pascal
มีใช้กันทั่วไป แต่เน้นสำหรับการพัฒนาเครื่องมือสำหรับ
การเรียนการสอน, C & C++ ใช้ทั่วไป ปัจจุบันมีผู้เลือกที่
จะใช้กันอย่างแพร่หลาย, PROLOG เน้นหนักไปทางด้าน
งานประเภท AI และ JAVA ใช้ได้ทั่วไป
ปัจจุบันเริ่มมีผู้หันมาสนใจกันมากและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
คราวนี้เราลองมาเตรียมตัวกันซักนิก ก่อนที่จะลงมือพัฒนา
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ขั้นแรก เราต้องศึกษารูปแบบความต้องการ
ของโปรแกรมที่จะพัฒนา จากนั้นก็วิเคราะห์ถึงปัญหา
ตลอดจนวิธีการแก้ปัญหา จากนั้นจึงนำเอาความคิดในการ
แก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน ไปเขียนในรูปแบบของโปรแกรม
ภาษาในระดับสูง ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของ Source Program
หรือ Source Code จากนั้นเราก็จะใช้ Complier
ของภาษาที่เราเลือก มาทำการ Compile Source code
หรือกล่าวง่ายๆ คือแปลง Source code ของเราให้เป็น
ภาษาเครื่องนั่นเอง ซึ่งในขั้นตอนนี้ ผลที่ได้ เราจะเรียกว่า
Object code จากนั้น Complier ก็จะทำการ Link หรือเชื่อม
Object code เข้ากับฟังก์ชันการทำงานใน Libraries ต่างๆ
ที่จำเป็นต่อการใช้งาน แล้วนำไปไว้ในหน่วยความจำ
แล้วเราก็จะสามารถ Run เพื่อดูผลของการทำงานโปรแกรมได้
หากโปรแกรมมีข้อผิดพลาด เราก็จะทำการแก้ หรือที่เรียกกันใน
ภาษาคอมพิวเตอร์ว่า การ Debug นั่นเอง
ภาษา C เป็นโปรแกรมภาษาระดับสูง ถูกพัฒนาขึ้นในปี 1972
ที่ AT&T Bell Lab เราสามารถใช้ภาษา C มาเขียนเป็นคำสั่งต่างๆ
ที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ และกลุ่มของคำสั่งเหล่านี้
เราก็เรียกกันว่า อัลกอริธึม ได้มีผู้ให้คำจำกัดความของคำว่า
อัลกอริธึม ว่าเป็น “A precise description of a step-by-step
process that is guaranteed to terminate after a finite
number of steps with a correct answer for every
particular instance of an algorithmic problem that may occur.
” สำหรับ Compiler ภาษา C ที่มีในปัจจุบัน มี 2 ค่ายใหญ่ๆ
ที่มีผู้คนสนใจใช้กันมากได้แก่ Microsoft และ Borland
การใช้งาน Compiler ทั้งสองตัวนี้ สามารถเรียนรู้ได้ไม่ยากนัก
เราจึงจะมาเริ่มต้นที่การเขียนโปรแกรมในภาษา C กันเลย
เราลองมาเริ่มจากตัวอย่างการเขียน ภาษา C แบบ ง่ายๆ กันก่อนกับโปรแกรม Hello World

#include
main()
{
printf("Hello World !! ");
}

บรรทัดแรก #include เป็นการบอกว่าให้ทำการรวม Header file
ที่ชื่อว่า stdio.h (.h = header) ซึ่งเป็น header
ที่เกี่ยวข้องกับการรับและให้ข้อมูล (Standard Input Output)
นอกจาก stdio.h แล้ว ก็ยังมี Header อื่นๆ
ที่ผู้พัฒนาสามารถที่จะเรียกใช้งาน Function ที่จำเป็นจาก Header นั้นๆ ได้ อาทิเช่น

5519

รู้จัก Header File กันไปล่ะ คราวนี้ เราลองมาดูบรรทัดถัดไปกัน ก็คือ ฟังก์ชัน main() จะเป็นจุดเริ่มต้นของโปรแกรม และโปรแกรมทุกโปรแกรมในภาษา C จะต้องมี Function main() นี้ โดยส่วนมาก เราจะใช้ Function main() ในการกำหนดค่าเริ่มต้นต่างๆ ของโปรแกรม จากนั้นจึงเข้าสู่ Function ต่างๆ ที่ผู้พัฒนา ได้กำหนดขึ้นไว้

บรรทัดถัดมาจะเป็นเครื่องหมาย { ซึ่งเป็นเครื่องหมายบ่งบอกขอบเขตของ Function โดยขอบเขตของฟังก์ชัน จะเปิดและปิดโดยใช้เครื่องหมายเปิด { และเครื่องหมายปิด } ตามลำดับ ภายใน Function main() จะมีคำสั่ง (Statement) printf("Hello World !! "); ซึ่ง printf เป็น Function ในภาษา C ทำหน้าที่ให้โปรแกรม ทำการแสดงผลออกทางหน้าจอว่า Hello World !! และทุกครั้ง ผู้พัฒนาจะต้องทำการจบคำสั่งหรือ Statement ด้วยเครื่องหมาย semi-colon ;

ดังนั้นรูปแบบของการเขียนโปรแกรม จึงเขียนออกมาในรูปแบบดังนี้

// ข้อความที่อยู่ข้างหลังเครื่องหมาย // จะเป็นคำอธิบายโปรแกรม
#include
void main()
{
constant declarations; // การกำหนดค่าคงที่ต่างๆ
variable declarations; // การกำหนดตัวแปรต่างๆ
executable statements; // คำสั่งการทำงานของโปรแกรม
}

การอ่านข้อมูลและการแสดงผล (Input & Output)

รูปแบบการใช้งานฟังก์ชัน printf จะทำการพิมพ์ในรูปแบบที่ เริ่มต้นด้วย Format
ที่ต้องการจะพิมพ์ และตามด้วยตัวแปรที่ต้องการพิมพ์ ดังนี้

printf( const char *format [, argument]... );

สำหรับการนำข้อมูลเข้าก็เช่นกัน จะใช้ฟังก์ชัน scanf ซึ่งจะเป็นฟังก์ชัน
สำหรับอ่านข้อมูลจากคีย์บอร์ด และจะนำข้อมูลที่ User
ทำการพิมพ์ไปเก็บไว้ใน argument โดยแต่ละ argument
จะต้องเป็นตัวแปรที่เรียกว่า pointer (รายละเอียดจะได้กล่าวต่อไป)
และมีชนิดที่ตัวแปรที่สัมพันธ์กับที่ได้กำหนดไว้ใน Format
รูปแบบการใช้งานของฟังก์ชัน scanf สามารถเขียนได้ดังนี้

scanf( const char *format [,argument]... );

edit @ 10 Jul 2011 14:04:59 by manypp :')